วิธีการตั้งค่า Samsung Wallet
Samsung Wallet คืออะไร?
Samsung Wallet เป็นแอพแบบครบวงจรสำหรับจัดเก็บข้อมูลสำคัญต่างๆ ได้อย่างสะดวกและปลอดภัย เช่น บอร์ดดิ้งพาส, ดิจิทัลคีย์, เมมเบอร์ชิพ และตั๋ว คุณสามารถปลดล็อกประตูและเข้าถึงบริการต่างๆ ได้เพียงแตะหรือปัดอุปกรณ์ของคุณด้วยกระเป๋าสตางค์ดิจิทัลนี้
ฟีเจอร์ของ Samsung Wallet
Samsung Wallet เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการจัดเก็บรหัสผ่าน ที่อยู่ และบัตรสมาชิก สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยซึ่งช่วยให้คุณจัดการข้อมูลโดยที่ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดของคุณจะได้รับการคุ้มครองอย่างดีด้วยการรักษาข้อมูลทั้งหมดนี้ให้ปลอดภัยผ่านข้อมูลไบโอเมตริกซ์ของคุณ
คุณสามารถเพิ่มบัตรของขวัญ ตั๋ว หรือดิจิทัลคีย์ลงในอุปกรณ์ของคุณได้ คุณยังสามารถจัดเก็บและตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลของคุณด้วยวิธีที่ง่ายและปลอดภัย:
- ค้นพบข้อเสนอ, บัตรของขวัญ, โปรโมชั่น และข้อเสนอจากร้านค้าในท้องถิ่นและระดับประเทศหลายพันแห่ง
- จัดเก็บรหัสผ่านและที่อยู่เพื่อใช้ในการท่องเว็บออนไลน์ที่ง่ายขึ้น
- ปลดล็อค, ล็อค, สตาร์ทรถของคุณ และอื่นๆ อีกมากมายจากสมาร์ทโฟนของคุณด้วยเทคโนโลยี UWB ที่ปฏิวัติวงการ
การตั้งค่า Samsung Wallet
หากคุณมีอุปกรณ์ที่รองรับ Samsung Wallet ควรจะติดตั้งบนโทรศัพท์ของคุณอยู่แล้ว หากยัง โทรศัพท์ของคุณอาจไม่มีซอฟต์แวร์ล่าสุด ในกรณีนี้ คุณควรดาวน์โหลดการอัปเดตซอฟต์แวร์ที่มีอยู่ในเมนู ""การตั้งค่า"" ของอุปกรณ์ของคุณก่อน
หากต้องการตั้งค่า Samsung Wallet ให้ทำตามขั้นตอนดังนี้:
หมายเหตุ: รูปภาพที่ใช้เป็นการจำลองเพื่อจุดประสงค์ในการอธิบาย และ UI จริงอาจแตกต่างกันไปตามเวอร์ชันระบบปฏิบัติการ, รุ่นอุปกรณ์, ภูมิภาค, ฯลฯ
วิธีเปิดใช้งานแรบบิท วอลเล็ท (Rabbit Wallet)
ช่องทางที่รองรับการใช้งานบัตร Rabbit Virtual Card
- รถไฟฟ้า (BTS) สายสุขุมวิท, สายสีลม, สายสีทอง
- รถไฟฟ้ามหานคร (MRT) สายสีชมพู, สายสีเหลือง
- รถโดยสารด่วนพิเศษ (BRT)
- เครื่องจำหน่ายตั๋วเรือโดยสารอัตโนมัติ จำนวน 11 จุด ได้แก่
- สาทร 1
- สาทร 2
- ราชวงศ์
- ราชินี
- ท่าช้าง 1
- ท่าช้าง 2
- ท่ามหาราช
- พรานนก
- พระอาทิตย์
- BTS สะพานตากสิน
- ท่าเตียน
- ร้านค้าที่รับชำระเงินผ่าน Rabbit
อุปกรณ์ที่รองรับ
มือถือ Samsung Galaxy ที่รองรับ One UI 8.0 หรือ Android 16 ขึ้นไป ตามรายชื่อรุ่นที่ระบุด้านล่างนี้ สามารถใช้งานแอป Samsung Wallet เพื่อผูกเข้ากับ Rabbit Wallet สำหรับแตะจ่ายขึ้น BTS หรือ MRT ได้แก่
- Galaxy Z Fold Series: Galaxy Z Fold8 Ultra, Z Fold8, Z Fold7, Z Fold6, Z Fold5 และ Z Fold4
- Galaxy Z Flip Series: Galaxy Z Flip8, Z Flip7 FE, Z Flip7, Z Flip6, Z Flip5 และ Z Flip4
- Galaxy S Series: Galaxy S26 Ultra, S26+, S26 FE, S26, S25 Ultra, S25+, S25 FE, S25, S24 Ultra, S24+, S24 FE, S24, S23 Ultra, S23+, S23 FE, S23, S22 Ultra, S22+, S22 และ S21 FE
- Galaxy A Series: Galaxy A57 5G, A56 5G, A37 5G และ A36 5G
วิธีเพิ่ม Boarding Pass ลง Samsung Wallet
เดินทางสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยบัตรโดยสารขึ้นเครื่องบนโทรศัพท์มือถือ
เก็บบัตรผ่านขึ้นเครื่องของคุณไว้ในโทรศัพท์ได้อย่างง่ายดาย เดินทางได้อย่างสะดวกสบายด้วย Samsung Wallet
วิธีเพิ่ม Digital Car Key ลง Samsung Wallet
สะดวก พกแค่มือถือซัมซุงก็พอ
ไม่ต้องพกกุญแจรถ ด้วยการเชื่อมต่อกุญแจรถยนต์ดิจิตอลด้วย UWB หรือ NFC
คำถามพบบ่อย
-
การใช้ Samsung Wallet ชำระค่าโดยสาร ต้องเปิด NFC และตั้งค่าอย่างไรเพื่อใช้งานแตะชำระต้องเปิดใช้งาน NFC ไว้ตลอดเวลา โดยดำเนินการตั้งค่าตามขั้นตอนดังนี้: 1. ไปที่ การตั้งค่า (Settings) บนสมาร์ทโฟน 2. เลือกหัวข้อ การเชื่อมต่อ (Connections) 3. เปิดสวิตช์ NFC and contactless payments ให้เป็นสถานะเปิด (On) 4. แตะเข้าไปที่หัวข้อดังกล่าว แล้วเลือก Default contactless payment ให้เป็น Samsung Wallet
-
Rabbit Virtual Card เก็บเงินไว้ในตัวบัตรหรือไม่ไม่เก็บเงินไว้ในตัวบัตร โดยบัตรจะเชื่อมต่อและตัดเงินจาก Rabbit Wallet โดยตรง หากเกิดปัญหากับตัวบัตรหรือมีการยกเลิกบัตร ยอดเงินใน Rabbit Wallet จะยังคงปลอดภัยครบถ้วนตามแนวคิด "บัตรหาย เงินไม่หาย"
-
ต้องเปิดแอป Samsung Wallet หรือเปิดหน้าจอโทรศัพท์ก่อนแตะเข้า BTS หรือไม่ไม่จำเป็น ผู้ใช้สามารถนำโทรศัพท์ขณะหน้าจอดับแตะที่เครื่องอ่านบัตร Rabbit ณ ประตูสถานีได้ทันที โดยไม่ต้องปลดล็อกเครื่องและไม่ต้องเปิดแอป เพียงเปิดฟังก์ชัน NFC ไว้
-
หากแบตเตอรี่โทรศัพท์หมด ยังสามารถแตะผ่านประตูรถไฟฟ้าได้หรือไม่กรณีโทรศัพท์แบตเตอรี่หมดจนเครื่องปิด ยังสามารถใช้งานแตะผ่านประตูได้ เนื่องจากมีระบบสำรองพลังงานสำหรับชิปความปลอดภัย ทั้งนี้ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับสภาพความสมบูรณ์และสภาพแบตเตอรี่ของโทรศัพท์แต่ละเครื่อง
-
แตะโทรศัพท์กับประตูสถานีโดยสาร แล้วไม่ติด ควรตรวจสอบอย่างไรแนะนำให้ตรวจสอบและแก้ไขตาม 5 จุดสำคัญดังต่อไปนี้: 1. ตรวจสอบความเข้ากันได้ของอุปกรณ์: ตรวจสอบว่ารุ่นสมาร์ทโฟนอยู่ในรายการ 36 รุ่นที่รองรับ Rabbit Virtual Card และได้รับการอัปเดตระบบ One UI 8.0 และ Android 16 ขึ้นไปเรียบร้อยแล้ว 2. ตรวจสอบการตั้งค่า NFC: ตรวจสอบว่าเปิดฟังก์ชัน NFC แล้ว และตั้งค่า Default contactless payment เป็น Samsung Wallet เรียบร้อยแล้ว 3. ตรวจสอบสถานะบัตรในแอป: ตรวจสอบในแอป Samsung Wallet ว่าบัตร Rabbit Virtual Card อยู่ในสถานะพร้อมใช้งาน (Active) 4.ตรวจสอบยอดเงินในกระเป๋า: ตรวจสอบว่ามียอดเงินคงเหลือใน Rabbit Wallet เพียงพอต่ออัตราค่าโดยสารขั้นต่ำ 5. ตรวจสอบตำแหน่งการแตะเครื่อง: นำตำแหน่งเสาอากาศ NFC ของตัวเครื่อง (ตามแต่ละซีรีส์รุ่น เช่น S Series ช่วงกึ่งกลางล่าง, Fold ซีกซ้าย, Flip บอดี้ชิ้นล่าง) ทาบสัมผัสชิดกับกึ่งกลางเครื่องอ่านบัตรและค้างไว้ประมาณ 1–2 วินาที โดยหลีกเลี่ยงเคสโทรศัพท์ที่หนาเกินไปหรือมีแผ่นแม่เหล็ก/โลหะบดบัง
-
Samsung Wallet รองรับการเพิ่ม Boarding Pass สายการบินหรือไม่รองรับ โดยมีระบบปุ่มลัด Add to Samsung Wallet บนแอปสายการบินพันธมิตร (Edge Button) และสามารถนำเข้าผ่านภาพถ่ายใน Gallery, สแกน QR/Barcode หรือไฟล์ PDF ได้ โดยระบบจะแจ้งเตือนเวลานับถอยหลังก่อนขึ้นเครื่อง และแจ้งเปลี่ยนเกต (Gate Changes) บนหน้าจอล็อกแบบเรียลไทม์ สำหรับสายการบินไทย (Thai Airways) สามารถใช้งานได้ทันที
-
การใช้งาน Digital Car Key บนรถยนต์ BMW และ BYD ทำงานอย่างไรระบบทำงานร่วมกับเทคโนโลยี UWB, NFC และ BLE โดยมีรายละเอียดการทำงานสำคัญดังนี้: ฟังก์ชันการใช้งาน: ปลดล็อกรถอัตโนมัติเมื่อเดินเข้าใกล้ (Passive Entry), แตะมือจับประตูเพื่อเปิด, วางบนแท่นชาร์จไร้สายเพื่อสตาร์ทรถ, สั่งเปิดเครื่องปรับอากาศล่วงหน้า (Remote Climate Control) และสั่งเปิดฝากระโปรงท้าย รถยนต์ที่รองรับ: BMW / MINI (รุ่นปี 2021 ขึ้นไป หรือรุ่นที่รองรับ UWB) และ BYD (รุ่น Seal, Sealion 6, Sealion 7, Denza 9) รวมถึงพันธมิตร Mercedes-Benz และ Volvo ใช้งานได้แม้แบตหมด (Power Reserve Mode): ชิปความปลอดภัยสำรองพลังงานให้แตะเปิดรถและสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ต่อเนื่องอีก 3 ถึง 6 ชั่วโมงหลังเครื่องปิด เงื่อนไขการจับคู่ครั้งแรก: ต้องดับเครื่องยนต์ และนำกุญแจรถยนต์จริงทั้ง 2 ดอก (Physical Keys) เข้าไปในห้องโดยสารเพื่อยืนยันสิทธิ์ความปลอดภัย
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ
โปรดตอบคำถามทุกข้อ